วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

กาดกองต้า : ถนนคนเดินลำปาง

กาดกองต้า

ชุมชนที่รุ่งเรืองจากการค้าขายกับเรือที่สัญจรผ่านแม่น้ำวัง เมื่ออดีตกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งพม่า จีน อินเดีย และชาวตะวันตก “การค้าไม้” เป็นเศรษฐกิจหลักของลำปางในยุคนั้น

การก่อสร้างที่อยู่อาศัยจึงมีรูปแบบแตกต่างกันไปตามผู้ที่เป็นเจ้าของ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีมากขึ้น ก่อให้เกิดการคมนาคมทางบกรูปแบบใหม่ของประเทศไทยในยุคนั้นคือ “รถไฟ” จึงเกิดการขยายชุมชนเศรษฐกิจไปยังรอบๆบริเวณสถานีรถไฟนครลำปาง เรียกว่า “ชุมชนเก๊าจาว” และจากนั้นชุมชนริมแม่น้ำแห่งนี้ก็ค่อยๆลดบทบาทลง เหลือไว้เพียงสิ่งก่อสร้าง อาคารที่สวยงามตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน บ้างก็ถูกปล่อยร้าง บ้างก็ถูกดัดแปลงให้เป็นอาคารเช่า แต่อาคารเหล่านี้ก็ยังคงเสน่ห์ที่น่าหลงใหล อาคารโบราณขนาดใหญ่และเล็กที่เรียงต่อกันตามสองข้างถนนริมน้ำแห่งนี้ เป็นภาพที่ทำให้ใครต่อใครรู้สึกได้ถึงกลิ่นไอความมั่งคั่งและความสุนทรีย์ของคนในยุคนั้น ที่สร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมได้อย่างวิจิตร ยากที่คนในยุคนี้จะสร้างสรรค์ตามได้ ด้วยความร่วมมือของผู้คนในชุมชนและหน่วยงานรัฐ ชุมชนแห่งนี้จึงถูกบูรณะและฟื้นฟูความเป็นชุมชนเศรษฐกิจที่สำคัญกลับมาอีกครั้งด้วยการจัดตั้ง “ถนนคนเดินกาดกองต้า” ซึ่งคำว่า กาด แปลว่า ตลาด , กอง แปลว่า ถนน , และ ต้า แปลว่า ท่าน้ำ ตรงกับปัจจัยของสถานที่ตั้งชุมชนแห่งนี้ ด้วยการจัดตั้งตลาดถนนคนเดินแห่งนี้ ทำให้ลำปางเป็นจังหวัดแรกๆที่มีการจัดถนนคนเดินในชุมชนเก่าแก่ และเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ ถนนคนเดินแห่งนี้ก็ได้เปิดตัวโดยสมบูรณ์ และกลายเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นลำดับ ด้วยลักษณะของชุมชนเก่าแก่ ที่มีความสำคัญตามประวัติศาสตร์ มีอาคารรูปแบบสวยงามเรียงตัวกัน 2 ฝั่งถนน ด้านทิศเหนือของชุมชนติดกับสะพานรัษฎาภิเศก(สะพานขาว) สะพานที่อยู่คู่กับชุมชนแห่งนี้มาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐ และรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แบบหวุดหวิด และด้านทิศใต้สิ้นสุดที่ “อาคารฟองหลี” อาคารเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะโดย คุณกิติศักดิ์ เฮงษดีกุล และได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ตลอดสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยอาคารรูปแบบต่างๆ มี “อาคารหม่องโง่ยซิ่น” ตั้งอยู่ช่วงกลางของชุมชน มีการแสดงพื้นเมืองให้กับนักท่องเที่ยวได้ชม และมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากกลุ่มแสดงต่างๆ จากพื้นที่ภาคเหนือรวมไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้าน ที่เดินทางมาแลกเปลี่ยนแสดงศิลปวัฒนธรรมตามโอกาสเป็นครั้งคราวสร้างความตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก สินค้าที่มีขายในชุมชนมีทั้งสินค้าพื้นเมือง อาหารพื้นเมือง สินค้าของฝากของที่ระลึก รวมไปจนถึงสินค้าที่มีขายอยู่ตามตลาดทั่วไป



ม้า+หมุน

ม้า+หมุน ชื่อสั้นๆแต่มากความหมาย

ด้วยความชื่นชอบเป็นการส่วนตัวเมื่อครั้งเยาว์วัยกับเครื่องเล่นในสวนสนุก ซึ่งชื่อของมันใครๆต่างก็รู้จัก อีกทั้งความหมายเมื่อแยกเป็นคำ ก็มีความเชื่อมโยงกับเมืองแห่งนี้ “เมืองรถม้า” เมืองที่มี “ม้า” ผูกติดกับรถที่มี “ล้อหมุน” ไปข้างหน้า เมื่อใช้ชื่อนี้ไม่นานนัก ก็ได้เจอความหมายที่ซ่อนอยู่อีก เมื่อลูกค้าชาวต่างชาติเกิดอยากรู้จักชื่อร้านของเรา แต่เพราะความแตกต่างกันทางภาษาจึงทำให้เสียงที่ตอบกลับมากลายเป็น “มามูน” ฉันจึงได้แต่คิดในใจอย่างตลกว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าฉันทั้งสองเกิดวันอะไร และนั่นก็เป็นที่มาของชื่อ Mars+Moon คำล้อเสียงสำหรับชื่อในภาษาไทย แต่กลับมีความหมายถึงฉันทั้งสองผู้ทำร้าน “ม้า+หมุน”

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

แจ้งข่าวท่านลูกค้าที่เป็นสมาชิกร้านม้า+หมุน และผู้ที่สนใจจะสมัครสมาชิกปีที่ 3


วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553